(รีวิวกาญฯ) | พกแบงค์พันใบเดียวไปเที่ยว “กาญจนบุรี”

วันหยุดนี้ยังไม่อยู่จะไปเที่ยวที่ไหน มาลองนั่งรถไฟ ชิลๆ เที่ยวกาญฯ กันครับ กับเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์

ซึ่งเป็นที่นิยมของเดินทางนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ต้องเดินทางมาสัมผัสกับประวัติศาสตร์ของโลกแห่งนี้ให้ได้

บอกเลยว่า นอกจากเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรพลาดแล้ว ภายในตัวเมืองกาญฯ ยังมีจุดเช็คอิน ที่เที่ยว ที่พักผ่อน ที่เด็ดๆ ไม่แพ้กันแน่นอน จะเป็นที่ไหน ไปดูกันเลยดีกว่า

DAY01 การเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี

วันหยุดทั้งที จะไปเที่ยวไหนดีนะ คิดๆ สรุปไปกาญจนบุรีแล้วกัน เตรียมตัว เตรียมใจ หาสถานที่ท่องเที่ยว แล้วลุย

09.40 น. – เดินทางจาก บขส.ด่านช้าง ไป บขส.กาญจนบุรี

12.25 น. – เดินทางถึง บขส. กาญจนบุรี

เมื่อเราเดินทางมาถึงจังหวัดกาญจนบุรี ก็ประมาณเที่ยงกว่าๆ แล้ว เริ่มหิวสิครับ ไปหารายกินกันดีกว่า 😊😊

| ชุมชนถนนปากแพรก ชุมชนเก่ากาญจนบุรี |

เมื่อกินข้าว อิ่มท้องจนง่วงนอน อะแฮร่ จะมานอนตอนนี้ไม่ได้นะ ต้องเที่ยวก่อน 🤣🤣 ผมก็นั่งวินมอไซต์จาก บขส.กาญฯ ไปยัง ชุมชนปากแพรก ราคาวินประมาณ 20 บาท หรือใครจะเดินมาก็ได้นะครับ ไม่ไกลมากจาก บขส. แต่ตอนนั้นร้อนมาก เลยนั่งวินดีกว่า 😀 เมื่อเรานั่งวินมา จุดแรกที่เราจะเห็นคือ ประตูสู่เมืองกาญจนบุรี นั่นเอง

ถึงชุมชนปากแพรกแล้ว ก็ได้เวลาเดินถ่ายรูปชิลๆ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย หรอ หรอ สบายมาก เหงื่อชุ่มกันเลยทีเดียว

ชุมชนถนนปากแพรกหรือชุมชนบ้านเหนือ เป็นชุมชนเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ริมกำแพงเมืองกาญจนบุรี ใกล้กับพระบรมราชานุสาวรีย์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นชุมชนเก่าแก่กว่า 180 ปี นั่นเองครับ

ชุมชนปากแพรกนี้ มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ครั้งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้งยังเป็นสถานที่ๆเป็นภูมิหลังของบุคคลสำคัญ และยังเป็นถนนคอนกรีต สายแรกของเมืองกาญจนบุรีอีกด้วยครับ

ซึ่งอาคารบ้านเรือน ที่พักอาศัยจะก่อสร้างด้วยภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อน มีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบตะวันออกผสม ตะวันตก สำหรับใครที่ชอบถ่ายรูป เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านเรื่องราวของชุมชน ชุมชนนี้ถือเป็นอีกแห่งที่ต้องห้ามพลาดมาสัมผัสเลยครับ

เดินชมชุมชน ถ่ายรูปซึมซับบรรยากาศกันจนฟินแล้ว ได้เวลาหาน้ำเย็นๆ กินชิลๆ กันสักหน่อย

ที่ชุมชนแห่งนี้จะมีร้านกาแฟสุดชิค ที่อยู่คู่กับชุมชนมานาน นั่นก็คือร้าน สิทธสังข์ ภายในร้าน ดูขลังมากครับ ยังคงความคลาสสิค ความเก่าแก่ของอาคาร บอกเลยว่าสวยมากๆ ที่สำคัญ ชาเขียวอร่อยมากครับ 😊😊 ใครที่มาเที่ยวชุมชนปากแพรก แวะมาอุดหนุนกันได้นะครับ

ปล.ที่ชุมชนปากแพรก แห่งนี้ ยังมีถนนคนเดียวอีกด้วยนะครับ จะมีทุกวันเสาร์ สามารถไปเที่ยว ไปชิม ไปช้อปกันได้ครับผม

| พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก |

เดินเที่ยว เดินถ่ายรูป ชุมชน กันจนเหนื่อยละ ฮ่าๆ ได้เวลานั่งวินไปที่สะพานข้ามแม่น้ำแควกันครับ ก่อนไปเที่ยวที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว

เราเดินไปอีกนิด ประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงพิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดตั้งขึ้นโดยเจ้าคุณพระเทพปัญญาสุธี เจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงครามและเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี

– ค่าวินมอไซต์จากชุมชนปากแพรกไปสะพานข้ามแม่น้ำแคว 40 บาท

– ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ คนละ 40 บาท

โดยภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดการแสดงไว้ 3 ส่วน ประกอบด้วย

🔸 ส่วนที่ 1 อาคารจำลองที่พักเชลยศึกในระหว่างการสร้างทางรถไฟ

🔸 ส่วนที่ 2 ภาพถ่ายและภาพเขียน แสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของเชลยศึกในการสร้างทางรถไฟ

🔸 ส่วนที่ 3 เครื่องใช้ไม้สอยของเชลยศึกที่นำมาแลกอาหารและผลไม้กับคนไทยเมื่อขาดแคลน ได้รับมอบจากผู้มีจิตศรัทธา

นอกจากนั้นยังมีอาวุธปืน ระเบิดและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น หมวก รองเท้า ช้อนส้อม มีด อีกด้วยครับ

บอกเลยว่ายิ่งเราได้ไปสัมผัส ไปเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตผ่านทางสิ่งของที่เหลืออยู่ ภาพถ่ายต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความยากลำบาก ความทรมาน ในสมัยนั่น เศร้าเนาะ 😢😢

ยิ่งดู ยิ่งซึมเลยอะ

บริเวณพิพิธภัณฑ์เรายังสามารถมองเห็นวิวสะพานข้ามแม่น้ำแควอีกด้วย วิวดีมาก

| สะพานข้ามแม่น้ำแคว |

เดินเที่ยวพิพิธภัณฑ์ เรียนรู้ข้อมูลความเป็นมาของเส้นทางรถไฟทางประวัติศาสตร์แล้ว เราก็เดินกลับไปเที่ยวที่สะพานข้ามแม่น้ำแควกันครับ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นจุดยอดฮิต ที่ใครมาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี จะต้องห้ามพลาดเด็ดขาด

สะพานข้ามแม่น้ำแควแห่งนี้ เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่น เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทาง ช่วงหนึ่งนั้น จะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น เพื่อข้ามแม่น้ำไป

จึงเกิดเป็นสะพานแห่งนี้ขึ้นนั่นเอง

สะพานแห่งประวัติศาสตร์ สะพานที่ยิ่งนึกถึงที่เศร้าใจ เพราะความลำบาก สิ่งที่ได้เจอของคนสมัยนั้นมันโหดร้ายมากๆ

บรรยากาศริมแม่น้ำแคว

น้องมาร้องเพลงหาทุนการศึกษาด้วย น่ารักมาก

เที่ยวมาทั้งวันแล้ว ได้เวลานั่งวินไปที่พักกันดีกว่า บอกเลยว่าที่พักสำหรับทริปนี้ ฟินมากๆ

– ค่าวินมอไซต์จากสะพานข้ามแม่น้ำแคว ไปยังที่พัก ราคา 50 บาท

| D HOSTEL |

ที่พักสุดฟิน ริมแม่น้ำแควน้อย สำหรับใครที่ชอบนอนโฮสเทล บอกเลยว่าที่นี่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด ราคาก็ถูก ต่ำสุดเพียงแค่ คืนละ 380 บาทต่อคนเท่านั้น แถมยังตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อยอีกด้วย บรรยากาศก็ดี

เงียบสงบ ถ้าคุณกำลังหาที่พักผ่อน วิวดีดี สวยสวย เงียบสงบ ผมแนะนำที่ @D hostel กาญจนบุรี เลยครับ บอกเลยว่าดีจริงๆ 😊😊

รายละเอียดห้องพัก

– ห้องรวม เตียงแบบ 2 ชั้น ราคา 380 บาท

– ห้องรวม เตียงเดี่ยว ราคา 450 บาท

– ห้องเดี่ยว ราคา 650 บาท

ติดต่อสอบถามจองที่พักได้ที่

FB : dhostel

เบอร์โทร : 096-9542298

อีเมล์ : Dhostel81@gmail.com

ถึงที่พักปุ๊บ เช็คอิน เก็บข้าวเก็บของเข้าห้อง วิวดีมาก เงียบสงบสุดๆ

ถ้าคุณกำลังหาที่พักผ่อน ที่นี้อาจจะเป็นทางเลือก อีกทางนึงที่รอคุณอยู่ก็ได้

ดูดิ มันดีจริงๆ ไม่พูดมากละ เจ็บคอ ไปดูรูปเลยละกัน

วันนี้เดินทางเหนื่อยมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็ถึงเวลาพักผ่อนแล้วสินะ

ก่อนนอนอย่าลืมบอกพี่ที่โฮสเทลติดต่อแท็กซี่ให้มารับเราพรุ่งนี้เช้านะครับ อย่าลืมเด็ดขาด

นอนก่อนนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ

DAY02 เส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์

05.30 นี่คือเวลานัดรถให้มารับตอนเช้า ระหว่างรอลุงแท็กซี่มารับ เราก็ทำอาหารเช้ากินสักหน่อย ซึ่งทางโฮสเทลจะมีครัว มีอุปกรณ์ให้เราได้ทำอาหารกินเองนะครับ บอกเลยว่าสนุก ฮ่าๆ กินไม่ได้ก็ต้องกิน 😂😂

ตีห้าครึ่งผ่านไป ลุงก็ยังไม่มา จนถึง 05.45 น ลุงก็มารับแล้ว โคตรดีใจเลย เพราะเราจะต้องขึ้นรถไฟเที่ยวแรก ไปถ้ำกระแซ

รถไฟออกจากสถานีกาญจนบุรีเวลา 06.07 นาที ป่ะ ลุ้นกัน

ปล.ลุงยังบอกเราว่าทันแน่นอน รถไฟออกตั้ง 06.15 น หือ ไม่ใช่นะลุง รีบเลย ให้ไว

และแล้วลุงก็ทำได้ เรามาถึงสถานีรถไฟกาญจนบุรี เวลา 06.05 น.

รถไฟก็มารอแล้ว ซึ่งกำลังจะออกด้วยนะ เกือบตกรถไฟแล้วนะลุง เกือบไปแว้ว 🤣🤣

– ราคาลดแท็กซี่จากที่ D hostel มายังสถานีรถไฟกาญจนบุรี ราคา 60 บาท

ถึงปุ๊บ ก็ซื้อตั๋วปั๊บ ราคาตั๋วจากสถานีกาญจนบุรี ไปลงที่สถานีถ้ำกระแซ ราคา 12 บาท พอขึ้นรถไฟปุ๊บ รถก็ออกปั๊บ ตื่นเต้นกันแต่เช้าเลยทีเดียว เกือบไปแล้วเรา

วิวระหว่างทางมักสวยงามเสมอ

ประมาณ 07.40 น. เราก็นั่งรถมาถึงสถานีถ้ำกระแซ แล้วครับ

| ถ้ำกระแซ |

บริเวณนี้ยังมีถ้ำกระแซ ที่มีพระพุทธรูปตั้งอยู่ด้านใน เผื่อให้คนที่เดินทางมาเที่ยวได้กราบไหว้สักการะบูชา

| ทางรถไฟสายมรณะ |

จุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้ก็คือการได้มาเห็น มาสัมผัส ทางรถไฟสายมรณะ เคยทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นมานาน เป็นอีกที่ที่อยากมามากๆ และในที่สุดก็ได้มาแล้ว

ทางรถไฟสายมรณะ สายนี้สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

โดยใช้แรงงานเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและกรรมกรชาวเอเชีย ที่กองทัพญี่ปุ่น เกณฑ์ มาสร้าง เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่านั่นเอง ปัจจุบันเส้นทางนี้ไปสุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานี น้ำตกระยะทางจาก สถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร

“หากนับหมอนหนุนรางรถไฟมีเท่าไหร่ จำนวนผู้คน-เชลยศึกที่ถูกเกณฑ์มาสร้าง ทางรถไฟ สายนี้ก็ตายไปเท่านั้น”

นี่คือคำเล่าขานถึงเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ ไทย-พม่า ระยะทางกว่า 415 กิโลเมตรนี้ คือ ความหฤโหด ทารุณ และยากลำบาก ของสิ่งที่เชลยศึกได้รับ จนได้รับการขนานนาม ว่า “เส้นทางรถไฟสายมรณะ”

หืม อ่านประโยคนี้ทีไร เศร้าทุกครั้ง เวลาที่เราได้ไปเห็นของจริง ยิ่งรู้ถึงความอยากลำบากในการสร้างมากๆ

😢😢😢

บริเวณถ้ำกระแซ นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามแล้ว

ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ให้เราได้เดินทาง เดินช้อปกันอีกด้วยครับ

รูปนี้ที่รอคอย หลังจากที่เรามาถึงถ้ำกระแซ ตอนประมาณ 07.40 น. ถ้าเราจะรอรถไฟมาอีกรอบก็ประมาณ 12.00 น. ถามว่าทำไมถึงต้องรอ ก็เพราะอยากได้รูปที่รถไฟกำลังมาแบบนี้ เลยต้องอดทน พอเมื่อถึงเวลาที่ขบวนรถไฟเที่ยว 12.00 น. มาถึง บอกเลยว่าสวยมาก สวยจริงๆ

ดูดิ สวยมากๆ

โดยปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เปิดเดินรถบนเส้นทางสาย ธนบุรี-น้ำตกทุกวัน และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ – น้ำตก

ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ถ้าใครสนใจอยากมาเที่ยวลองวางแพลนเช็คตารางรถไฟมาเที่ยวได้นะครับ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0 2223 7010,0 2223 7020 หรือ 1690

และนี่ก็คือ ทางรถไฟสายมรณะ ที่เต็มไปด้วยชีวิต

ถ่ายรูปกันจนเพลิน นั่งรอกันจนง่วงไปหลายรอบ ก็ได้เวลาทางเดินกลับแล้ว

| แล้วเจอกาญฯ ใหม่นะนะ |

การเดินทางของผม 1 คืน 2 วัน ที่กาญจนบุรีก็สิ้นสุดลง การเดินทางครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ผมได้ออกเดินทางเพียงคนเดียว มันก็ยังคงสนุกดีเหมือนเดิม ถึงมันเหงาบ้างก็ตาม แต่ข้อดีของการได้ออกเดินทางคนเดียว ก็คือการทำให้เราได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้รู้ความต้องการของตัวเอง ว่าชอบ หรือไม่ชอบอะไร และที่สำคัญเป็นการพักกาย พักใจ ที่ดีมากๆ เลย ถ้าเบื่อ หรือเครียด ลองเดินทางไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งคนเดียวดูนะครับ ดีมากจริงๆ 😊😊

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงรูปสุดท้ายนี้นะครับ หวังว่าบันทึกการเดินทางของวิศวะในครั้งนี้ จะเป็นแรกแรงบันดาลใจให้คุณได้ออกเดินทางนะครับ ขอบคุณมากนะครับ

#วิศวะพาเที่ยว

สรุปค่าใช้จ่ายทริปกาญจนบุรี

DAY01

ค่ารถเมล์จากด่านช้าง-กาญจนบุรี 75 บาท

ค่าวินมาปากแพรก 20 บาท

ค่าชาเขียว 45 บาท

ค่าวินจากถนนคนเดินปากแพรก มาสะพานข้ามแม่น้ำแคว 40 บาท

ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ 40 บาท

ค่าวินจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว มาโฮสเทล 50 บาท

ค่าที่พัก 450 บาท

DAY02

ค่ารถสามล้อจากที่พัก ไปสถานีรถไฟกาญจนบุรี 60 บาท

ค่าตั๋วรถไฟจากสถานีกาญจนบุรี ไปสถานีถ้ำกระแซ 12 บาท

ค่าตั๋วรถไฟจากถ้ำกระแซ ไปสถานีกาญจนบุรี 12 บาท

นั่งวินจาก สถานีรถไฟ มาบขส 25 บาท

ค่ารถเมล์จากบขส กาญจนบุรี ไป ด่านช้าง 75 บาท

รวมทั้งสิ้น 1 คืน 2 วัน ประมาณ 894 บาท

อันนี้ไม่รวมค่ากินนะครับ 😃😃

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s